วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext)


ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) หมายถึง ข้อความหรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยมีการนำเสนอแบบปฏิ สัมพันธ์ โดยการนำข้อความที่ใช้ มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะมีลักษณะเด่นกว่าข้อความอื่น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตัวหนา หรือตัวเอียง เป็นต้น

องค์ประกอบของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ประกอบด้วย
พอยต์ (Point) หมาย ถึง กลุ่มคำ หรือ วลี ที่เป็นข้อความพิเศษ ที่แสดงว่ามีการเชื่อมโยงเกิดขึ้น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี หรือตัวหนา เพื่อทำให้รู้ว่า เป็น พอยต์ เมื่อผู้อ่านเลื่อนเคอร์เซอร์มาถึงพอยต์ เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อื่น เช่น รูปมือ
โหนด (Node) หมาย ถึง กลุ่มคำของข้อมูลที่สัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งในโหนดนั้น อาจมีพอยต์มากกว่าหนึ่งพอยต์ก็ได้ ความหมายของโหนดนั้นไม่สามารถระบุได้ตายตัว โหนดหนึ่งโหนดอาจเปรียบเทียบได้กับเนื้อหาข้อมูลที่เขียนขึ้นมาอยู่บนกระดาษ แผ่นเดียวกัน
ลิงค์ (Link)  หมายถึง การเชื่อมโยงเอกสารจากต้นทางไปปลายทาง จำแนกลิงค์ออกได้เป็น 3 ชนิด ประกอบด้วย
  1. ลิงค์ ชนิดอ้างถึง (Referential Link)  ใช้สำหรับเชื่อมโยงโดยอ้างถึงโดยตรงระหว่างจุดสองจุด เช่น ปุ่มที่มีข้อความลิงค์ไปข้างหน้า หรือย้อนกลับ
  2. ลิงค์ ชนิดแผนภูมิ (Organization Link) มีความคล้ายคลึงกับลิงค์ชนิดอ้างถึง จะแตกต่างกันตรงที่ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโหนดด้วยกันในลักษณะที่เป็นโครงสร้างเป็นชั้นๆ  (ไฮราคี่)
  3. ลิงค์ ชนิดคีย์เวิร์ด (Keyword Link) เป็นการนำกลุ่มคำหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายและสัมพันธ์ระหว่างกันมาเชื่อมโยงด้วยวิธีการเดียวกับการลิงค์ ชนิดอ้างถึงหรือแผนภูมิ
ประโยชน์ของระบบไฮเปอร์เท็กซ์
นอกจากจะสามารถบริหารจัดการ เชื่อมโยงและติดต่อข้อมูลเพื่อสื่อความหมายอย่างมีปฏิสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมและยังสามารถทำให้ผู้ใช้เลือกใช้เส้นทางที่สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะไปข้างหน้าหรือย้อนกลับในเส้นทางเดิมได้และยังสามารถเข้าถึงข้อมูล ได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากการทำงานในระบบไฮเปอร์เท็กซ์จะมีการเชื่อมโยงที่ไม่เป็นแนว เส้นตรง เป็นต้น
ปัญหาและแนวทางแก้ไขในระบบไฮเปอร์เท็กซ์
            ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ส่วนใหญ่ที่พบมักจะเกี่ยวข้อกับผู้ใช้งาน ที่มักจะหลงทางเข้าไปติดอยู่ในวังวน และการแสดงผลของข้อมูลที่พบเจอนั้นมีมากจนเกินไป โดยเฉพาะกับระบบที่ออกแบบไว้ยังไม่ดีพอ
ดังนั้นแนวทางแก้ไข คือค้นหาวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการนำเสนอข้อมูล (Presentation) การนำทาง (Navigation) เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิผลมาก ยิ่งขึ้น

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

     เป็น โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


ตัวอย่าง
    
รูปที่ 1 โปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชาเคมี
 
ลักษณะ เด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครง งานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล  ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น
 
 
รูปที่ 4 โปรแกรมจัดตารางสอน
โครง งานประยุกต์ใช้งานเป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อ ประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี และซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดสร้างสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้นๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้ผู้เรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างรูปเล่มโครงงาน


วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โครงงาน For-rest For-rest (Forrest) เพื่อพักผาน (ปา)

โครงงาน For-rest For-rest (Forrest) เพื่อพักผาน (ปา)
1.วัตถุประสงค์หลัก
       เป็นแหล่งแบ่งปันความรู้ ส่งเสริมการป้องกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านสื่อเทคโนโลยีเว็บ 2.0 (Social Web) Social Network Service (SNS) โครงการได้เน้น ให้เกิดสังคมออนไลน์ขนาดย่อม เพื่อร่วมทำกิจกรรมภายในเว็บไซต์และกิจกรรมนอกสถานที่ ที่ทางเว็บไซต์ได้จัดตั้งขึ้น โดยกิจกรรมภายในได้เน้นให้เกิดทักษะความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธรรมชาติมากมาย เช่น การปลูกต้นไม้จำลอง การผสมปุ๋ยจำลอง การดูแลต้นไม้จำลองอย่างถูกวิธี การขอคำปรึกษาจากสมาชิกท่านอื่น การโพสต์คลิปวีดีโอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยและตกแต่งหน้าเว็บเพจของตน เอง และกิจกรรมภายนอกได้เน้นการนำความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมภายในเว็บไซต์มา ใช้งานจริง โครงการ FOR-REST (FOREST) จึงมีความคิดแนวสร้างสรรค์ในการสร้างเว็บไซต์ที่ไม่เป็นเพียงแค่การสนทนากันเท่านั้น แต่ผู้ใช้งานยังสามารถใช้ความรู้ ใช้ความสามารถที่มีอยู่เดิม มาทำกิจกรรมร่วมกันกับทางเว็บไซต์ หลังจากที่ผู้ใช้งานได้ทำกิจกรรมต่างๆ แล้ว ผู้ใช้งานจะได้รับความรู้ ความสามารถเพิ่มเติม แตกต่างจากการอ่านบทความทางวิชาการบนเว็บไซต์อื่นๆเพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ความสามารถนี้มาจากการดำเนินชีวิตของผู้ใช้งานเอง จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถปลูกจิตสำนึกให้กลุ่มเป้าหมายร่วมมือกันช่วยป้องกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ จากพื้นฐานความรู้ที่ทางเว็บไซต์ FOR-REST (FOREST) เป็นผู้กำหนด และจากความรู้ที่สั่งสมและส่งต่อกันเองของกลุ่มผู้ใช้ที่ตั้งเป็น community บนเว็บไซต์นี้แล้วร่วมกัน

2.อุปกรณ์ที่ใช้
       -คอมพิวเตอร์

3.โปรแกรมที่ใช้
       -สื่อเทคโนโลยีเว็บ 2.0 (Social Web) Social Network Service (SNS)

4.ประโยชน์
       ผู้ใช้งานจะได้รับความรู้ ความสามารถเพิ่มเติม แตกต่างจากการอ่านบทความทางวิชาการบนเว็บไซต์อื่นๆเพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ความสามารถนี้มาจากการดำเนินชีวิตของผู้ใช้งานเอง จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถปลูกจิตสำนึกให้กลุ่มเป้าหมายร่วมมือกันช่วยป้องกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ จากพื้นฐานความรู้ที่ทางเว็บไซต์ FOR-REST (FOREST) เป็นผู้กำหนด และจากความรู้ที่สั่งสมและส่งต่อกันเองของกลุ่มผู้ใช้ที่ตั้งเป็น community บนเว็บไซต์นี้แล้วร่วมกัน
ที่มา :  

ผู้จัดทำ   นายเกียรติศักดิ์ สนั่นวงศ์สังข์ นายชัชพิสิฐ สภาวสุ นายอาจหาญ วงศ์ศรีชา